รตกร  
นักเขียนอิสระ แห่ง www.rt-korn.com
 
     
   
   
     
 
40 ปี ทีวีแห่งรัก (40 ปี รักนี้เบ่งบาน) : 40 ปี ทีวีแห่งรัก (ตอนเดียวจบ)  
รักโรแมนติค  
   

 

40 ปี ทีวีแห่งรัก

 

                ความรักที่ตายจากไป คุณจะรอคอยมันได้สักกี่ปี

เสร็จแล้วชายเจ้าของเสียงทุ่มเข้มที่นั่งจ้องตาเงาสะท้อนตัวเองหน้าโทรทัศน์ขนาดสามสิบสองนิ้วเอ่ยขึ้น ระหว่างที่จอภาพที่ดับสนิทค่อยๆ ติดอย่างช้าๆ เป็นภาพรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เม็ดเหงื่อที่ปรากฏอยู่ตามใบหน้าอันคมเข้มและลำตัวที่เปลือยท่อนบนอยู่ทำให้เขาดูเซ็กซี่มากขึ้นกว่าตอนใส่เชิ้ตผูกไทด์แต่งตัวสะอาดสะอ้านเสียอีก เขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวผิวขาวอมชมพูตาคมโตแต่ตัวเล็กไปนิดซึ่งยืนอยู่ข้างหลังหน้าแดงกร่ำแค่ไหน

                เสร็จแล้วก็ใส่เสื้อเถอะ ฉันเขิน ทอฝ้ายซึ่งถือเสื้อและผ้าเช็ดตัวบอกกับ พนัท เพื่อนที่ทำงานสุดหล่อซึ่งเธอวานมาช่วยซ่อมโทรทัศน์ที่บ้าน เดี๋ยวแม่ฉันกลับมาจากทำบุญครบวันตายพ่อเห็นเธอในสภาพนี้ได้ช็อคก่อนพอดี

                ช็อคเพราะหุ่นผม หรือ ช็อคเพราะเห็นผมถอดเสื้ออยู่กับลูกสาวท่านตามลำพังล่ะ คำพูดของพนัททำให้ทอฝ้ายยิ่งหน้าแดงกร่ำเข้าไปใหญ่

                คนบ้า!” สาวเจ้าโยนเสื้อและผ้าขนหนูใส่จนฝ่ายชายอ้าแขนรับไม่ทัน

                ใจคอจะไม่ให้ผมอาบน้ำก่อนหรือไง พนัททำเสียงอ้อน จะให้ผมขับรถกลับบ้านตัวเหม็นๆ แบบนี้เหรอ

                ตามใจ ... แต่เร็วๆ ล่ะ เดี๋ยวแม่กลับมา ฉันขี้เกียจอธิบาย

                ระหว่างที่เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังซ่ามาได้สักพัก ทอฝ้ายหยิบรีโมตโทรทัศน์เปลี่ยนไปดูสถานีช่องอื่นๆ เพื่อดูว่ามีรายการอะไรน่าสนใจบ้าง แต่เมื่อเห็นว่า กลับไปดูช่องเดิมนั่นแหละดีที่สุด เธอจึงเปลี่ยนกลับไปที่ช่องหนึ่งตามเดิม แต่ปรากฏว่า สัญญาณภาพค่อยๆ ซ่าและดับหายไป

                พนัท จอดับอีกแล้ว

                อะไรนะครับมันจะไปได้ยินได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเปิดน้ำเสียงดังในห้องน้ำที่ปิดประตูสนิท

                จอทีวีมันดับทอฝ้ายตอบและลองเปลี่ยนดูสถานีช่องอื่น แต่ช่องอื่นดูได้ปกตินะ มีช่องหนึ่งช่องเดียวที่ดูไม่ได้

                อาจเป็นที่สัญญาณทางช่องมั้งครับเสียงน้ำหยุดพอดี เนื่องจากห้องน้ำอยู่ติดกับห้องรับแขกเลย เมื่อเปิดประตูออกมา ชายหนุ่มจึงเห็นอาการของหน้าจอทันที นั่นไง ... ติดแล้ว

                เจอติดพรึ่บ! สัญญาณภาพกลับคืนมาเป็นดังเดิมอีกครั้ง

                ผมอยากอธิษฐานในจอดับอีกทีจัง ยังไม่อยากกลับเลย

                ไม่ได้ๆ พนัท เดี๋ยวแม่ฉันกลับ ฉันขี้เกียจตอบคำถามแม่ ทอฝ้ายตอบ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ตัวว่า คำหวานที่คุณหยอดมาเนี่ย พูดกับฉันคนเดียวหรือพูดกับทุกคนที่คุณไปซ่อมทีวีให้ที่บ้าน

                พนัทซึ่งกำลังติดกระดุมเสื้อรีบตอบ อะไรๆ ผมไม่เคยไปซ่อมทีวีให้บ้านผู้หญิงคนอื่นนะ มีคุณเนี่ยแหละคนแรก

                นี่กำลังจีบฉันใช่มั้ย?

                เปล่าครับ ... ก็แค่บริหารเสน่ห์เล่นๆ

                งั้นรีบใส่กางเกงให้เรียบร้อยแล้วกลับไปเลย

                ถ้าทีวีเสียอีก รีบโทรบอกผมเลยนะชายหนุ่มแหย่ๆ ผมพร้อมให้บริหาร ยี่สิบสี่ชั่วโมง

 

                หลังจากรถของชายหนุ่มคล้อยเลยเขตตัวบ้านไป ทอฝ้ายก็กดรีโมทปิดสวิสต์ พร้อมทั้งอมยิ้มมีความสุข ใจหนึ่งก็รู้สึกเหมือนฝัน ที่อยู่ๆ หนุ่มหล่อประจำออฟฟิตที่สาวๆ ปรารถนากลับมาจู่โจมเธอทั้งที่มีคนหน้าตาสวยสูงยาวเข่าดีกว่าเธออีกมากมาย ใจหนึ่งเธอก็กดคิดไม่ได้ว่า เขาหรือเพื่อนทั้งออฟฟิตกำลังรวมหัวให้หนุ่มพนัทมาแกล้งจีบเธอหรือเปล่า?

                เมื่อเห็นประตูรั้วปิดตัวเองโดยอัตโนมัติเรียบร้อย เธอจึงเดินกลับเข้าบ้าน ตั้งใจมาลองทุบๆ โทรทัศน์สักครั้งสองครั้ง เผื่อสัญญาณภาพจะกลับมาเหมือนเดิม บางครั้งคนเราก็เลือกที่จะทำอะไรเผื่อฟลุ๊ค ทั้งที่รู้ดีว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

                แต่แล้วเมื่อเธอลงมือทุบจริงๆ จากทีวีจอสีดำไม่มีภาพใดๆ เมื่อครู่ก็เริ่มซ่าสักสองสามวินาทีก่อนปรากฏภาพแปลกตาที่เธอคิดว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดจากรายการเรียลิตี้สักรายการ

                บ้านใครนั่น?ทอฝ้ายมองดูอย่างประหลาดใจ เพราะลักษณะข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ดูเก่าๆ แปลกตา ไม่เหมือนยุคปัจจุบันสักเท่าไหร่

                โทรศัพท์ยังคงเป็นระบบยกหูและหมุนเลข วิทยุยังดูใหญ่เทอะทะและเก่า ตรงที่ซึ่งควรมีโซฟา กลับเป็นเตียงตั่งไว้รับแขก พื้นบ้านและผนังเป็นไม้ กรอบรูปที่แขวนตามผนังยังเป็นภาพขาวดำ และบนโต๊ะทำงานมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องพิมพ์ดีดแทนเครื่องคอมพิวเตอร์

                ทอฝ้ายเกาะมองจอโทรทัศน์ของตน ราวกับกำลังเกาะขอบหน้าต่างบ้านคนอื่น และกำลังแอบดูชีวิตคนอื่น หรือนี่คือภาพนิ่งในบ้านสมัยก่อนที่ทางช่องเอามาขึ้นตอนที่สัญญาณขัดข้อง?

                เพียงครู่เดียว ชายหนุ่มนุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียวก็เดินเข้ามาในห้อง ทอฝ้ายไม่เห็นหน้าเขาเพราะเขาหันหลังให้เธออยู่ ให้คำตอบบางอย่างกับทอฝ้าย อย่างน้อยเธอรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ภาพนิ่ง คนในภาพกำลังเคลื่อนไหว นี่อาจเป็นการคั่นภาพตอนสัญญาณไฟฟ้าขัดข้องเป็นวีดีโอก็ได้ แต่แล้วเธอก็มั่นใจว่าไม่ใช่ เพราะการหันกลับมาของผู้ชายที่นุ่งผ้าขาวม้าทำให้เธอรู้ว่า เขาคือ พนัท นั่นเอง

                อีตาบ้า!” ทอฝ้ายตะโกนด่าพนัทในทีวีทั้งที่มั่นใจว่า พนัทคงแกล้งซ้อมทีวีโดยเอาดีวีดีบันทึกภาพตัวเองมาเปิดจากเครื่องเล่นแทนโทรทัศน์ช่องหนึ่งแล้วอำเธอ

                อะไรนะครับปรากฏว่าพนัทในจอตอบกลับมาอย่างหน้าประหลาด นั่นคุณปลายฟ้าใช่มั้ย?

                นี่ ... คุณพนัท ให้มันน้อยๆ หน่อยนะ ปลายฟ้าอ่ะ ชื่อแม่ฉัน

                พนัท?อีกฝ่ายทำสีหน้าแปลกใจ ก่อนเดินเข้ามาใกล้หน้าจอเรื่อยๆ ผมเพิ่งฝันเมื่อวานเองว่า ผมมีลูกชายห้าคน ชื่อ พง ไพร พน พนพ พนัท นี่เมียผมเพิ่งท้องคนแรกได้สามเดือนและผมก็ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง แล้วทำไมคุณถึงรู้ชื่อพนัทได้ คุณปลายฟ้า

                นี่เลิกอำฉันสักทีเถอะ คุณเล่นตลกอะไร ทอฝ้ายก้มลงตั้งใจจะกดปิดเครื่องเล่นดีวีดี แต่ปรากฏว่า เครื่องเล่นนั้นไม่ได้เปิดอยู่อย่างที่ควรจะเป็น

                นี่มันอะไรเนี่ย ...ทอฝ้ายตกใจ รีบเดินไปหยิบรีโมตมากดเปลี่ยนช่อง แต่ผลออกมาว่า เธอเปลี่ยนช่องไม่ได้ ...

                เธอมองพิจารณาหุ่นของคนในจออย่างพินิจพิเคราะห์ และมั่นใจว่าความล่ำของคนในจอนั้น ไม่เทียบเคียงพนัทตอนถอดเสื้อตัวเป็นๆ ที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อราวๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนนี้ไม่ได้เลย แถมหน้าตาเมื่อพิจารณาดีๆ ก็มีหลายส่วนที่ไม่เหมือนพนัท ปากพนัทเรียวบางกว่านี้ จมูกโด่งเป็นสันกว่านี้ และคิ้วก็ดกเข้มกว่านี้

                ถ้าคุณไม่ใช่พนัท แล้วคุณเป็นใคร?

                ผม พนาไง คนรักเก่าของคุณ

                คำตอบที่ได้ยินทำทอฝ้ายไม่อยากจะเชื่อ

                อะไรนะ?

                อะไรกันคุณปลายฟ้า แล้วนี่คุณมาอยู่ในจอโทรทัศน์บ้านผมได้อย่างไร?คำพูดประโยคนี้ทำเอาทอฝ้ายไม่อยากจะเชื่อยิ่งกว่าเดิม

                เราไม่ได้เจอกันมาร่วมปี คุณสบายดีมั้ย เป็นยังไงบ้างกับคู่หมั้นของคุณ

                คู่หมั้น?ทอฝ้ายเอะใจ แม่เคยเล่าว่า จริงๆ แม่รักกับคนอื่นอยู่ แต่เขาต้องไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกไว้ แม่ก็หมั้นกับพ่อไว้แต่เด็ก สุดท้ายพอแต่งงานชีวิตก็ระหองระแหงจนต้องเลิกรากันไป

                คู่หมั้นของฉัน?ทอฝ้ายลองเชิง คุณธวัชชัยน่ะหรือ?

                ก็ใช่น่ะสิ คุณอย่าพูดให้ผมแสลงหูได้ไหม ผมยังรักคุณอยู่นะ

 

                เสียงประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออก รถของแม่กลับมาแล้ว คุณนายปลายฟ้าอายุหกสิบกว่า เกรงว่าอาจช็อคได้ถ้ามาเห็นอะไรประหลาดๆ ในจอโทรทัศน์แบบนี้

                ตกลงคุณจะยืนยันว่าคุณคือ พนา พ่อของพนัทใช่มั้ย?ทอฝ้ายรีบถาม

                ไม่ๆ ผมเพิ่งอายุยี่สิบห้า ผมยังไม่มีลูก เอ่อ ... คือ ... ผมหมายถึง ผมกำลังจะมี แต่ผมแค่ฝันว่าลูกคนสุดท้องของผมชื่อพนัท

                ปีที่คุณอยู่คือปีอะไร?

                พ.ศ. 2513 ไง คุณก็ถามแปลกๆ

                ฉันขอบอกคุณนะ ฉันชื่อ ทอฝ้าย เป็นลูกของแม่ปลายฟ้า ฉันไม่แปลกใจแล้วแหละว่าทำไมพวกเพื่อนแม่ชอบทักว่าฉันสวยเหมือนแม่ตอนสาวๆ ตอนนี้ฉันอายุสามสิบแล้ว และคุณนายปลายฟ้าตัวจริงก็อายุ หกสิบห้าแล้ว ฉันเป็นลูกคนที่สามและเป็นลูกหลง ห่างกับพี่หลายปี และปีนี้คือปี พ.ศ. 2553 ตอนนี้แม่ฉันกลับมาจากไปทำบุญวันตายพ่อแล้ว และฉันกลัวท่านจะช็อคที่เห็นคุณ ฉันขออนุญาตปิดหน้าจอ และพรุ่งนี้ตอนแม่ไม่อยู่ ฉันจะลางานอยู่บ้าน แปดโมงเช้าเรามาเจอกันหน้าจอ โอเค?

                ยังไม่ทันที่ฝ่ายตรงข้ามจะหางง ทอฝ้ายก็กดปุ่มปิดหน้าจอทันที เพราะในนาทีนี้ แม่ของเธอก้าวเข้าประตูมาแล้ว

                สวัสดีค่ะแม่ ไปทำบุญมาเป็นไงบ้าง นายชัยขับรถซิ่งอีกหรือเปล่าคะ?

                ลองซิ่งสิแม่จะด่าให้แม้จะอายุหกสิบห้าแล้ว แต่แม่ปลายฟ้ายังดูแข็งแรงและกระฉับกระเฉง ร้อนเป็นบ้าเลย นี่หรือประเทศไทย ไหนขอน้ำเย็นๆ หน่อยสิ จะจิบไปดูละครก่อนข่าวไปซะหน่อย

                เอ่อ ... แม่คะ หนูว่าแม่กลับมาเหนื่อยๆ ไปนอนพักผ่อนไม่ดีกว่าเหรอคะ

                เอ๊ะนี่ ... ยัยฝ้าย แม่กลับมาเหนื่อยๆ เธอจะตามใจแม่หน่อยไม่ได้หรือไง แม่ปลายฟ้าดุใหญ่ ไปเอาน้ำมาให้แม่

                ค่ะๆปลายฟ้ายอมทำแต่โดยดี เพราะเธอหยิบรีโมตและซ่อนไว้ข้างหลังแล้ว

                เมื่อทอฝ้ายเดินหายเข้าในครัวไป แม่ปลายฟ้าก็คลำหารีโมตโทรทัศน์ตามอัตภาพที่จะขยับกายค้นหา

                เอารีโมตไปไว้ไหนเนี่ย บอกกี่ทีแล้วว่าให้วางให้เป็นที่ หญิงสูงวัยพยายามก้มหาว่ารีโมตตกอยู่ตามพื้นหรือเปล่า ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อจะเดินไปกดปุ่มที่โทรทัศน์แทน

                เธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วชี้แปะลงบนปุ่มและกำลังจะกดเปิดหน้าจอ ...

                แม่ น้ำได้แล้วค่ะคำพูดของทอฝ้ายทำคนเป็นแม่สะดุ้ง

                ว้าย ... ตกใจหมด แกอยากให้แม่ช็อคตายหรือไง

                แม่มานั่งเถอะคะ เดี๋ยวหนูเปิดทีวีให้

                ทอฝ้ายวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนรีบเดินไปจูงแม่กลับมาที่โซฟา แม่จะดูช่องหนึ่งใช่มั้ยคะ ทีวีมันเสียเมื่อเช้าน่ะคะ ตอนหนูเปิดดูรายการข่าว ฝ้ายให้เพื่อนมาซ่อมให้ แต่ก็ซ่อมไม่ได้

                เอ้า! แกนี้ แบบนี้แม่ก็อดดูละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา น่ะสิ

                โห ... แม่ แค่ตอนเดียวไม่เห็นเป็นไร แม่นั่งคุยกับหนูดีกว่า เราไม่ได้นั่งคุยกันนานแล้วนะแม่

                แกอยากนั่งคุยกับแม่ด้วยเหรอ แม่เพิ่งรู้

                ใช่สิคะ ... ช่วงนี้หนูแค่ยุ่งๆ ไม่มีเวลาคุยกับแม่เลย กลับมาก็เข้าห้องทำงาน นอน ตื่นเช้ามาแม่ก็ยังไม่ตื่น

                งี้แหละ บั้นปลายชีวิตแม่หม้าย ใครจะมาดูดำดูดี

                แม่บ่นยังงี้มาตั้งแต่ตอนเลิกกับพ่อแล้วนะคะ ตั้งแต่หนูห้าขวบทอฝ้ายบอก แม่คะ ที่แม่เคยเล่าว่า จริงๆ แม่มีคนรักอยู่ก่อน แต่เพราะผู้ใหญ่หมั้นกับพ่อไว้แม่เลยต้องมาแต่งกับพ่อ แล้วแม่จำชื่อคนรักของแม่ได้ไหมคะว่าชื่ออะไร

                แม่ปลายฟ้าดูตาลอยๆ นิ่งอึ้งไปนิดๆ มองก็รู้ว่าภาพความหลังในอดีตนั้นทำให้คนแก่ขี้เหงารู้สึกรำลึกอดีตที่เคยมีความสุขซึ่งเหมือนความฝันที่ขาดหายไปนานแล้ว

                พนาแม่ปลายฟ้าตอบ เขาชื่อพนา ดูสิ ... สามสี่สิบปีได้แล้วมั้งที่เราไม่ได้ติดต่อกัน ถ้าแกไม่ถามแม่ก็ลืมเขาไปแล้ว

                แล้วเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว เขาแต่งงานกับใครล่ะแม่

                ยัยกนกพร แม่ตอบทันที ลูกเศรษฐีมีสตังค์ ได้ข่าวว่าป่วยตายมาเป็นสิบปีแล้ว

                งั้นตอนนี้ พนาก็อยู่คนเดียวสิแม่

                ยังอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพื่อนวัยแม่ก็ล้มหายตายจากไปหลายคน ได้ข่าวจากเพื่อนคนอื่นเห็นว่า มีลูกชายห้าคนสมใจ คนเล็กสุดอายุเท่าๆ ลูกแหละมั้ง หลงกับพี่ๆ น่าดู แล้วเห็นว่าย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จังหวัดไหนก็ไม่รู้ ที่อยู่โทรศัพท์ก็ไม่มีให้ติดต่อ

                แล้วแม่ยังรักเขาอยู่มั้ยคะ

                รักแม่ปลายฟ้ารีบตอบทันที นอกจากเขาแล้ว แม่ไม่เคยรักใครอีกเลย

                แล้วถ้าแม่ได้เจอเขาอีกทีละคะ

                ก็ดีสิ ... แม่อยากมีลูกกับเขาอีกสักคนแม่ปลายฟ้าพูดติดตลกจนทอฝ้ายอดขำไปด้วยไม่ได้

                งั้นแม่อย่าตกใจนะคะ หนูมีอะไรจะให้แม่ดู

                พูดจบ ทอฝ้ายก็เดินตรงไปยังโทรทัศน์ และกดเปิดสวิสต์ ภาพห้องที่ตกแต่งโบราณแบบที่ย้อนไปในอดีตเมื่อสี่สิบปีก่อนปรากฏขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มนั่งใส่ผ้าขาวม้ากดพิมพ์ดีดโดยไม่ได้สังเกตโทรทัศน์ในมิติของตัวเองเลย

                คุณพนาคะ คุณพนา

                เสียงของทอฝ้ายทำให้พนาหันขวับ ทอฝ้ายหันหลังกลับมาและพยุงแม่ที่กำลังตกตะลึงเพื่อเข้าไปใกล้ๆ หน้าจอ

                นี่คะ แม่ปลายฟ้า แม่ของฉัน

                น้ำตาแม่ไหลลงอาบแก้ม ความรู้สึกคงเหมือนคนที่ตายจากกันไปแล้วได้ฟื้นกลับคืนมาใหม่

                พนา พนาจริงๆ หรือ คุณดูไม่เปลี่ยนไปเลย

                นั่นคุณหรือ คุณปลายฟ้า ผมจำแววตาคุณได้พนาคงไม่กล้าพูดว่า คุณดูเปลี่ยนไปมาก

                ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะคะ แต่ตอนนี้ฉันว่าทีวีที่บ้านฉันในมิติเวลาของฉัน กำลังเชื่อมกับทีวีที่บ้านคุณในมิติคุณ ซึ่งมิติของเราต่างกันถึงสี่สิบปี

                ใช่ ... เราไม่ได้เจอกันสี่สิบปีแล้ว

                เสียงอ๊อดดังขึ้น ทอฝ้ายแปลกใจ ปล่อยมือจากแม่และเดินออกไปดู

                คุณพนา นี่ฉันไม่ได้ฝันไปหรือ ฉันเห็นคุณในจอทีวี แม่ปลายฟ้านั่งคุกเข่าลงและร้องไห้

                นั่นสิ ... นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมไม่อยากจะเชื่อเลย แล้วนี่ผมกับคุณไม่ได้เจอกันเลยเหรอ ตลอดสี่สิบปีที่ผ่านมา

                เจอกันครับพ่อ พ่อกับแม่ปลายฟ้าเจอกันมาตลอดสี่สิบปีเลย เสียงทุ้มใหญ่ของชายหนุ่มดังขึ้น แม่ปลายฟ้าหันมามองที่ประตูแล้วพบกับหนุ่มหล่อที่หน้าตาเหมือนพนาสมัยหนุ่มราวกับโขกออกมาจากครกเดียวกัน

                นี่พนัทคะแม่ ลูกของคุณพนา ทอฝ้ายแนะนำ พนัทรีบยกมือไหว้ทันที

                และนี่คะ คนที่แม่รอมาตลอดสี่สิบปี ต่อไปนี้แม่จะไม่เหงาแล้วนะคะพูดจบ ทอฝ้ายและพนาก็ขยับตัวถอย คุณพนาวัยหกสิบห้าปีเช่นกัน นั่งรถเข็นอยู่ด้านหลังหนุ่มสาวทั้งสอง

                คุณพนา ... แม่ปลายฟ้าลุกขึ้นและเดินตรงเข้ามากอดพ่อพนาด้วยความคิดถึงและห่วงหา

                มันเหมือนเรื่องอัศจรรย์ วันนั้นที่ผมเห็นคุณในทีวี และเห็นตัวเองตอนแก่เดินมากอดคุณ จากวันนั้น เราได้คุยผ่านหน้าจอทีวีนี้กันทุกวันเลย คุณ ผมและผมในวัยหนุ่ม เราพยายามให้ผมมาหาคุณตั้งแต่ตอนหนุ่มสาว แต่ผมก็ประสบอุบัติเหตุจนต้องนั่งรถเข็น จากนั้นเราก็ตกลงกันว่า เราจะคุยกันผ่านโทรทัศน์อย่างนี้ไปจนกว่าจะครบสี่สิบปี ผมจะยอมรอคุณให้ครบสี่สิบปี ให้ถึงวันครบรอบวันตายแฟนคุณในอีกสี่สิบปีให้หลัง แล้วผมจะมาหาคุณ

                วันนี้ ตอนผมมองจอทีวีครั้งสุดท้าย คุณกับผมยังอยู่ เราครอบรักร่วมกันจนไปถึงอายุร้อยห้าปี

                แปลว่า จากนี้ แม่ฉันกับพ่อคุณจะอยู่ด้วยกันไปอีกมากกว่าสี่สิบปีสินะ

                ใช่ ... เป็นสี่สิบปีที่ท่านทั้งสองต่างรอคอยด้วยความทรมาน

                ไม่เป็นไรที่รักพ่อพนาเช็ดน้ำตาแม่ปลายฟ้าเบาๆ มันครบแล้วล่ะ สี่สิบปีที่เราจากกันอย่างทรมาน จากนี้จะเป็นอีกสี่สิบปีที่เรารอคอย สี่สิบปีที่เราจะรักกันตลอดไป

                ค่ะ ... พนา จากนี้ฉันก็รู้แล้วว่า สี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันรอกำลังรอคอยอะไร? และมันก็คุ้มค่ากับการรอคอยของฉันจริงๆ

 
 
ลงเมื่อ 2010-03-08 23:56:58
แก้ไขเมื่อ 2010-03-08 23:57:45
อ่าน 321 ครั้ง
ความนิยม 5 คะแนน
 
  แบ่งปันความคิด  
แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
 
   
รตกร
#1 by รตกร
on 2010-03-09 00:12:07
เพิ่งรู้ข่าวไม่นาน รีบปั่นแทบตาย นึกว่าจะลงไม่ทันหมดเขตซะแล้ว เหอะๆๆ
บุรามรฉัตร
#2 by บุรามรฉัตร
on 2010-03-09 01:05:05
ดีใจด้วยที่เรื่องคุณ รตกร มาลงเป็นคนสุดท้าย(รึป่าว)
โหวตให้ๆ กำลังอ่านอยู่ครับ
รตกร
#3 by รตกร
on 2010-03-09 01:34:30
ผมอ่านทวนแล้วเจอคำผิดดว้ย ไม่รู้ถ้าแก้แล้วจะผิดกติกาป่าว แหะๆ จริงๆ ไม่อยากลงเป็นคนสุดท้ายหรอกครับ แต่งานเยอะมากกก พอใกล้หมดเขตเลยปั่นกระจายเลย

ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณ บุรามรฉัตร
มนต์อลัมพราย
#4 by มนต์อลัมพราย
on 2010-03-09 11:31:04
เห็นชื่อก็กดโหตให้ก่อนเลยค่ะ
น้ำฟ้า
#5 by น้ำฟ้า
on 2010-03-09 13:05:04
ยินดีด้วยค่ะ ที่ส่งงานทัน

อ้อ * สวิตซ์
รตกร
#6 by รตกร
on 2011-02-10 01:04:41
^
^
^

อ้าว ... พี่ฟ้า
 
   
   
 
  รตกร
  VIEW PROFILE
   
    เรื่อง
 
   
    ตอน